สุนันทา ลักษณาวงศ์
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สเต็กเต้าหู้ราดซอสเห็ดเจ
เต้าหู้เนื้อแข็ง 1-2 ชิ้น
เห็ดหอมสด เห็ดเปาฮื้อประมาณ 100 กรัม
น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา
เกลือเล็กน้อย
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
ผสมน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
โชยุ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำอาหารเจ
หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนาประมาณ 1 ซม. ตบแป้งบางๆ ทอดในน้ำมันจนสุก เหลือง ตักขึ้นซับน้ำมันและเรียงใส่จานหั่นเห็ดเป็นชิ้นเล็กบาง ผัดเห็ดกับน้ำมันพอสุกเติมน้ำเปล่า ใส่ซีอิ้ว มิริน น้ำตาลทราย เกลือเล็กน้อย ชิมรสตามชอบให้เค็ม หวานนิดๆใส่แป้งลงไปผสมน้ำจนซอสเหนียว ตักขึ้นราดเต้าหู้ ตักเสิร์ฟ
วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สมุนไพรรักษาสิวและฝ้า
มะม่วงสุกแก้สิวสาว ๆ (หรือหนุ่ม ๆ)
ที่กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับสิวที่เดี๋ยวก็ผลุบตรงนี้โผล่ตรงนั้นอยู่ละก็
ก่อนอื่นขอให้เข้าใจตรงว่า สิววัยนี้เกิดจากฮอร์โมนกำลังทำงานเต็มที่
ดังนั้นคงยังไม่โบกมือลาขาดจากกันไปในวันสองวันนี้อย่างแน่นอน
แต่จะยอมแพ้ให้สิวโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวก็ใช่ที่
วันนี้มีสูตรมาสก์ (mask แปลว่า หน้ากาก หมายถึง
เอาสมุนไพรมาแปะหน้านั่นเอง) มะม่วงสุกแก้สิวมาฝาก สูตรนี้มีกรดผลไม้อ่อน ๆ
จากมะม่วงสุกและมะนาวช่วยผลัดเซลล์ผิว
ดินสอพองช่วยลดอาการบวมอักเสบและปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น
แถมท้ายด้วยน้ำผึ้งป้องกันเชื้อโรคและช่วยสมานรอยแผล เป็นอันครบสูตรสวยใสไร้สิว
มาดูกันเลย
ส่วนผสม
ก็ไม่ต้องเตรียมให้ยุ่งยากอะไรเลย
ขอแค่มีมะม่วงสุก 1 ผล น้ำมะนาวครึ่งช้อนโต๊ะ ดินสอพอง ¼ ช้อนโต๊ะ
และน้ำผึ้งสัก 1 ช้อนชา
เมื่อได้ครบแล้วก็ยีเนื้อมะม่วงสุก
เติมน้ำมะนาว น้ำผึ้ง และดินสอพองยีต่อจนเข้ากันดี จากนั้นนำมาปั่นรวมกันจนเหลวข้น
นำมาทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ได้สูตรสวยไปแล้ว
ก็ต้องใส่ใจรักษาความสะอาด เลือกกินอาหารที่ถูกต้อง และทำจิตใจให้ผ่อนคลายนะครับ
ทำได้อย่างนี้รับรองว่าสิวของสาว ๆ (หรือหนุ่ม ๆ) จะลดลงได้
มะม่วง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica Linn. อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE ชื่อสามัญ Mango
Tree
ส่วนผสม :
1. มะม่วงสุก
1 ผล 2. มะนาว ½ ช้อนแกง 3. ดินสอพอง ¼ ช้อนแกง
วิธีทำ
: ใช้เนื้อมะม่วงสุก 1
ผล
น้ำมะนาว ½ ช้อนแกง ปั่นรวมกับดินสอพอง ¼ ช้อนแกง ปั่นจนเหลวข้น
วิธีใช้ :
ให้ทาทั่วผิวหน้า
(เว้นรอบดวงตาและปาก = มาสก์ (mask)) ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยแก้ปัญหาสิว ฝ้า
และผิวหน้าจะขาวเนียนอ่อนกว่าวัย
ลองทำดูนะครับ
สมุนไพรไทยเราปลอดภัยไม่อันตราย ไม่เปลืองสตางค์ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สำหรับหนุ่ม ๆ
สาว ๆ ที่ยังหาเงินเองไม่ได้ ที่ยังพึ่งพ่อแม่อยู่ หาง่ายด้วย
และไม่แพงเหมือนเครื่องสำอางเสริมสวยเสริมหล่อที่มีแบรนด์เนมต่าง ๆ
และทำให้สวยและหล่อแบบธรรมชาติอีกด้วย
ว่านหางจระเข้ บำรุงผิว ป้องกันฝ้า ลบรอยจุดด่างดำ รักษาสิวคุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย
นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้บำรุงผิว บำรุงเส้นผมได้ด้วย ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า
มีแชมพูสระผม และเครื่องสำอางหลายอย่าง ที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบ
และกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เนื่องจากว่านหางจระเข้
มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงานได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ
สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด
ฉะนั้นว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อบำรุงผิวพรรณ
ผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิวพรรณอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ชัดว่า
ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำมีนวลและยังสามารถขจัดสิว
และลบรอยจุดด่างดำได้ด้วย
การใช้ว่านหางจระเข้เพื่อบำรุงผิว
โดยปอกเปลือกออก ใช้แต่เมือกวุ้นสีขาวใส ที่อยู่ภายใน ทั้งนี้
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพ้ ก่อนใช้ควรตรวจสอบว่า ตนเองจะเกิดการแพ้หรือไม่
โดยใช้น้ำที่ได้จากวุ้นสีขาว ของว่านหางจระเข้ ทาตรงบริเวณโคนหูแล้วทิ้งไว้สักครู่
ถ้าเกิดการระคายเคืองเป็นผื่นแดง แสดงว่าไม่เหมาะที่จะใช้กับผิวหน้าอีกต่อไป
ถ้าไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถใช้ได้ตลอด แต่บางคนก็จะเห็นผลได้เหมือนกัน
เมื่อใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณหัวสิว จะทำให้หัวสิวแห้งเร็ว
นอกจากนี้
ว่านหางจระเข้ยังสามารถลดความแห้งกร้านและลดความมันของผิวหน้าได้ โดยคนที่มีผิวมัน
ก็จะช่วยให้ลดความมัน คนที่มีผิวหน้าแห้ง ก็ยังรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้ได้
สรรพคุณ :
บำรุงผิว
ป้องกันฝ้า ลบรอยจุดด่างดำ รักษาสิว
ส่วนผสม :
ว่านหางจระเข้
วิธีทำ :
เลือกใบจากต้นว่านหางจระเข้ที่มีอายุ
1 ปีขึ้นไป โดยเลือกใบล่างสุดซึ่งจะอวบโต มีวุ้นมาก
นำมาแช่น้ำเพื่อล้างยางเหลือง ๆ ออกให้หมด (ยางเหลืองมีฤทธิ์ระคายเคืองผิว
ทำให้แสบร้อน เป็นผื่นแดง) จากนั้นปอกเปลือกออก
แล้วเอาวุ้นที่ได้ล้างน้ำให้สะอาดอีกทีหนึ่ง นำวุ้นไปปั่นหรือใช้มือขยำ
ก็จะได้เจลว่านหางจระเข้ การใช้ว่านหางจระเข้สดได้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์แปรรูป
ซึ่งจะมีปัญหากรดคงตัวเมือถูกความร้อน
วิธีใช้ :
ล้างหน้าให้สะอาด
เช็ดหน้าให้แห้ง แล้วใช้เจลพอกทั่วใบหน้ายกเว้นรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20
นาที
จึงล้างออก สูตรนี้เหมาะสำหรับคนผิวมันสำหรับคนผิวแห้ง
ไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้อย่างเดียว ควรเติมน้ำมันมะกอกกับไข่แดง ตีให้เข้ากัน
แล้วจึงพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
หมายเหตุ :
ไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้กับสิวหัวหนอง
เพราะฟิล์มจากว่านจะทำให้สิวหายช้า
ว่านหางจระเข้
มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Aloe vera Linn. อยู่ในวงศ์ LILIACEAE
และชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่น
ภาคกลางเรียก
ว่านหางจระเข้
ส่วนที่นำมาใช้มี
2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ยางจากใบ โดยการทำให้แห้งเป็นก้อน เรียกว่า ยาดำ
นำมาใช้เป็นยาระบาย ส่วนที่ 2 ส่วนที่เป็นวุ้น
สารที่มีประโยชน์
คือ สารอะโลอิน (aloin) และสารอื่น ๆ มีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ ไทโรซิเนส (tyrosinase) ซึ่งอยู่ใต้ผิวหนัง
สรรพคุณทางยา
ส่วนที่เป็นวุ้น
1. ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ
ช่วยสมานห้ามเลือด ระงับปวด
2. รักษาโรคผิวหนัง
แผลเรื้อรัง งูสวัด
3. ลบรอยแผลเป็น
แก้ผื่นคันจากการแพ้สารต่าง ๆ
4. แก้ขี้เรื้อนกวาง
ผื่นปวดแสบปวดร้อน แก้พิษแมลง แมงกะพรุน ใบตำแย
5. รักษาโรคกระเพาะอักเสบ
ท้องผูก บำรุงร่างกาย ขับพิษ
สรรพคุณในเครื่องสำอาง1.ใช้วุ้นของว่านหางจระเข้ผสมในแชมพู
ครีมนวดผม
2. ผสมครีมบำรุงผิว
ลบจุดด่างดำ ลดฝ้าบนผิวหนัง
3. ใส่ผม
ทำให้ผมหงอกช้า เป็นเงางาม
4. ใช้ส่วนที่เป็นวุ้นพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ
30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วล้างอก ช่วยดูดสิวเสี้ยนและฆ่าเชื้อบนผิวหน้า
ภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้รักษาอาการไฟไหม้
น้ำร้อนลวก ใช้วุ้นทาเพื่อป้องกันรอยแผลเป็น
วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สมุนไพรแก้อาการท้องเสีย
อาการท้องเสีย เกิดจากสาเหตุหลายประการ
อาการท้องเสียที่เกิดจากรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด
ซึงระคายเคืองเนื้อเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้บีบตัวมากผิดปกติ
มักถ่ายหลังอาหารประมาณ 1-2 ชั่วโมงและต้องถ่ายบ่อย มีลักษณะหยาบและเป็นน้ำ
กลิ่นเหม็นผิดปกติ ไม่มีอันตราย แต่จะมวนท้องและรำคาญ ใช้สมุนไพรรักษาได้ดี
ที่สำคัญคือท้องเสียจากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด มีเชื้อโรค
เชื้อโรคที่ทำให้ท้องเสียมีอยู่หลายชนิด ทั้งที่มีพิษไม่รุนแรงนักจนถึงรุนแรงมาก
เช่น อาหารเป็นพิษ อาจถ่ายเป็นน้ำสีเหลืองหรือขาวขุ่น เป็นฟองกลิ่นเหม็นเหมือนกุ้งเน่า
บางครั้งมีอาเจียนร่วมด้วย หรือไม่ถ่ายแต่อาเจียนและปวดท้องมากก็ได้ มักท้องเสียใน
6-12 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์และรักษาให้ถูกต้อง
อาจเป็นอันตรายถึงตายได้
สมุนไพรที่ใช้แก้อาการท้องเดินที่ใช้ได้ผลและหาได้ง่าย คือ ใบชาชงเข้มข้น กล้วยน้ำว้าดิบ ทับทิม ฟ้าทะลาย สีเสียดเหนือ มังคุดและฝรั่ง ควรงดอาหารรสจัด และทานอาหารอ่อนๆทดแทนการสูญเสียการดื่มน้ำเกลือซึ่งมีจำหน่าย หรือเตรียมเองก็ได้ โดยใช้น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นครึ่งช้อนชา น้ำ 1 ขวดน้ำปลา ต้มให้เดือดสักครู่ ทิ้งให้เย็น ดื่มแทนน้ำ
สารสำคัญในสมุนไพรที่ออกฤทธิ์แก้อาการท้องเสียส่วนใหญ่ คือ สารในกลุ่มแทนนินซึ่งมีรสฝาดและมีฤทธิ์ฝาดสมาน ในกรณีท้องเสีย เนื้อเยื่อที่ผนังลำไส้ใหญ่มีการระคายเคือง อาจเนื่องจากสารอาหารรสจัด สารเคมีบางชนิดหรือพิษของเชื้อโรค ทำให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวมากกว่าปกติ จึงเกิดการถ่ายอุจจาระบ่อยๆ สารแทนนินเมื่อสัมผัสกับผนังลำไส้ใหญ่จะรวมตัวกับโปรตีนที่เนือ้เยื่อบุผิวแล้วเปลี่ยนเป็นสารที่สามารถทำลายโปรตีนของตัวเชื้อโรคและทำให้เชื้อโรคตาย การใช้สมุนไพรที่มีแทนนินมีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะแทนนินอาจถูกดูดซึมเข้าร่างกายในปริมาณมาก และมีผลเสียต่อตับ
สมุนไพรที่ใช้แก้อาการท้องเดินที่ใช้ได้ผลและหาได้ง่าย คือ ใบชาชงเข้มข้น กล้วยน้ำว้าดิบ ทับทิม ฟ้าทะลาย สีเสียดเหนือ มังคุดและฝรั่ง ควรงดอาหารรสจัด และทานอาหารอ่อนๆทดแทนการสูญเสียการดื่มน้ำเกลือซึ่งมีจำหน่าย หรือเตรียมเองก็ได้ โดยใช้น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นครึ่งช้อนชา น้ำ 1 ขวดน้ำปลา ต้มให้เดือดสักครู่ ทิ้งให้เย็น ดื่มแทนน้ำ
สารสำคัญในสมุนไพรที่ออกฤทธิ์แก้อาการท้องเสียส่วนใหญ่ คือ สารในกลุ่มแทนนินซึ่งมีรสฝาดและมีฤทธิ์ฝาดสมาน ในกรณีท้องเสีย เนื้อเยื่อที่ผนังลำไส้ใหญ่มีการระคายเคือง อาจเนื่องจากสารอาหารรสจัด สารเคมีบางชนิดหรือพิษของเชื้อโรค ทำให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวมากกว่าปกติ จึงเกิดการถ่ายอุจจาระบ่อยๆ สารแทนนินเมื่อสัมผัสกับผนังลำไส้ใหญ่จะรวมตัวกับโปรตีนที่เนือ้เยื่อบุผิวแล้วเปลี่ยนเป็นสารที่สามารถทำลายโปรตีนของตัวเชื้อโรคและทำให้เชื้อโรคตาย การใช้สมุนไพรที่มีแทนนินมีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะแทนนินอาจถูกดูดซึมเข้าร่างกายในปริมาณมาก และมีผลเสียต่อตับ
การใช้กล้วยน้ำว้าแก้ท้องเสีย
รับประทานผลดิบสดครั้งละครึ่งผลถึง 1 ผล อาจใช้ผลดิบหั่นบางๆตากแห้ง บดเป็นผงชงน้ำดื่ม ใช้ผงยาเท่ากับครึ่งถึง 1 ผลค่ะ
รับประทานผลดิบสดครั้งละครึ่งผลถึง 1 ผล อาจใช้ผลดิบหั่นบางๆตากแห้ง บดเป็นผงชงน้ำดื่ม ใช้ผงยาเท่ากับครึ่งถึง 1 ผลค่ะ
**ข้อควรระวัง อาจมีการท้องอืดหลังรับประทานยานี้
แก้ได้โดยดื่มน้ำต้มขิงหรือสมุนไพรขับลมอื่นๆ**
การใช้ทับทิมแก้ท้องเสีย
ใช้เปลือกผลทับทิมแห้งประมาณ 1/4 ของผล นำมาต้มกับน้ำปูนใสดื่ม หรือใช้ครั้งละ 3-5 กรัม ต้มน้ำดื่ม วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นค่ะ
ใช้เปลือกผลทับทิมแห้งประมาณ 1/4 ของผล นำมาต้มกับน้ำปูนใสดื่ม หรือใช้ครั้งละ 3-5 กรัม ต้มน้ำดื่ม วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นค่ะ
การใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย
ใช้ใบแก่ของฝรั่ง(เน้นว่าใบแก่นะคะ) 10-15 ใบ นำมาย่างไฟให้กรอบ แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม 1 แก้ว เหยาะเกลือเล็กน้อย ดื่มแทนน้ำเปล่าน้ำ หรือใช้ผลดิบ 1 ผล ฝนกับน้ำปูนใสดื่มก็ได้ค่ะ
ใช้ใบแก่ของฝรั่ง(เน้นว่าใบแก่นะคะ) 10-15 ใบ นำมาย่างไฟให้กรอบ แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม 1 แก้ว เหยาะเกลือเล็กน้อย ดื่มแทนน้ำเปล่าน้ำ หรือใช้ผลดิบ 1 ผล ฝนกับน้ำปูนใสดื่มก็ได้ค่ะ
การใช้มังคุดแก้ท้องเสีย
ใช้เปลือกผลแห้งของมังคุดที่สามารถหาได้ตามท้องตลาดครึ่งผล นำมาย่างไฟให้เกรียม บดเป็นผงละลายน้ำหรือฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว ใช้น้ำดื่มทุก 2 ชั่วโมง อาการก็จะดีขึ้นแล้วค่ะ
หากท้องเสียไม่รุนแรงมากนักก็ลองนำวิธีต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ
ใช้เปลือกผลแห้งของมังคุดที่สามารถหาได้ตามท้องตลาดครึ่งผล นำมาย่างไฟให้เกรียม บดเป็นผงละลายน้ำหรือฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว ใช้น้ำดื่มทุก 2 ชั่วโมง อาการก็จะดีขึ้นแล้วค่ะ
หากท้องเสียไม่รุนแรงมากนักก็ลองนำวิธีต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ
การใช้ฟ้าทะลายโจรแก้ท้องเสีย
พืชสด 1-3 กำมือ ต้มน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง สำหรับผงฟ้าทะลายที่บรรจุแคปซูลๆละ 500 มิลลิกรัม ให้กินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวันและเย็น หยุดยาเมื่อหยุดถ่าย อาจใช้ในรูปผงละลายน้ำหรือปั้นเป็นลูกกลอนก็ได้ โดยคำนวณจากจำนวนเม็ดให้ได้ปริมาณยาตามที่กำหนด อาการข้างเคียงที่อาจพบ คือ คลื่นไส้ อาเจียนเป็นน้ำใส ไม่สบายในท้อง ถ้าเป็นมากให้หยุดยา
พืชสด 1-3 กำมือ ต้มน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง สำหรับผงฟ้าทะลายที่บรรจุแคปซูลๆละ 500 มิลลิกรัม ให้กินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวันและเย็น หยุดยาเมื่อหยุดถ่าย อาจใช้ในรูปผงละลายน้ำหรือปั้นเป็นลูกกลอนก็ได้ โดยคำนวณจากจำนวนเม็ดให้ได้ปริมาณยาตามที่กำหนด อาการข้างเคียงที่อาจพบ คือ คลื่นไส้ อาเจียนเป็นน้ำใส ไม่สบายในท้อง ถ้าเป็นมากให้หยุดยา
การใช้โหระพาแก้ท้องเสีย
ตำรายาไทยใช้ใบสดแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ พบว่ามีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งเพิ่มการบีบตัวของลำไส้เล็ก
ของสัตว์ทดลอง สามารถทำให้ขับลมออกจากลำไส้ได้ดี ถ้านำผลมาแช่น้ำ เปลือกหุ้มผลจะพองตัว
และใช้เป็นยาระบายได้เช่นเดียวกับเม็ดแมงลัก
ตำรายาไทยใช้ใบสดแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ พบว่ามีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งเพิ่มการบีบตัวของลำไส้เล็ก
ของสัตว์ทดลอง สามารถทำให้ขับลมออกจากลำไส้ได้ดี ถ้านำผลมาแช่น้ำ เปลือกหุ้มผลจะพองตัว
และใช้เป็นยาระบายได้เช่นเดียวกับเม็ดแมงลัก
วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
การตกแต่งเล็บ

1.. การล้างเล็บ ใช้สำลีชุบยาล้างเล็บเช็ดสีเล็บเดิมออก โดยล้างเล็บจากนิ้วก้อยจนถึงนิ้วหัวแม่มือ แล้วใช้สำลีสีเช็ดไปรอบ ๆ เล็บ จากโคนมาปลายเล็บ
2. การตัดเล็บ ใช้กรรไกรตัดเล็บให้มีความยาวเท่ากันตัดที่ปลายเล็บ และด้านข้างให้เป็นไปตามรูปเล็บจะได้สวยงาม
3. การตะไบเล็บ ใช้ตะไบเหล็ก ตะไบแต่งเล็บ และใช้ตะไบทรายเพื่อให้เล็บเรียบไม่เป็นเสี้ยน
4. การแช่มือ ให้แช่มือผู้รับบริการในกะละมังใบเล็กที่ผสมน้ำอุ่นกับสบู่ เพื่อให้สิ่งสกปรกออกง่าย และหนังรอบ ๆ เล็บนุ่ม
5. การแปรงเล็บใช้แปรงแตะสบู่ แปรงเล็บ ตามความยาวเล็บและตามขาวให้สะอาด
6. การขัดผิว ใช้น้ำลูบแขนและมือพอหมาด ๆ ถูขึ้นลง เพื่อให้ความสกปรกออกหรือใช้หินขัดแทนก็ได้ เมื่อขัดผิวเสร็จแล้ว ถูสบู่ที่แขนและมือ ล้างน้ำให้สะอาด
7. การเช็ดแขนและมือใช้ผ้าขนหนูเช็ดแขน และมือให้แห้ง
8. การทาวาสลิน ใช้ตะไบเหล็กตักวาสลินทาบริเวณขอบหนังรอบเล็บ เพื่อให้หนังรอบเล็บนุ่ม
9. การเซาะดุนหนัง ใช้เหล็กดุนหนังด้านมนเซาะรอบขอบเล็บ ด้านปลายแหลมแซะใต้เล็บเอาเศษสิ่งสกปรกออก
10. การตัดหนัง ใช้กรรไกรตัดหนังตัดหนังรอบ ๆ เล็บอย่างเบา ๆ อย่ากดลึก
11. การทำความสะอาดเล็บใช้สำลีชุบยาล้างเล็บเช็ดที่เล็บและใต้เล็บ ใช้น้ำสะอาดล้างและเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง
12. การทารองพื้นเล็บ ใช้รองพื้นเล็บทาที่เล็บทุกเล็บ เริ่มจากนิ้วก้อยก่อนจนถึงนิ้วหัวแม่มือแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
13. การทาเล็บ ใช้พู่กันจุ่มยาทาเล็บทาปลายเล็บก่อน แล้วทาจากโคนเล็บมาปลายเล็บ และทาด้านข้าง ทายา ทาเล็บ 2 ครั้ง เพื่อให้สีเล็บสวยและสีไม่บางเกินไป
14. การชักเงาเล็บ ใช้ยาชักเงาทาทับ เพื่อชักเงาเล็บให้ดูมันและทิ้งไว้ให้แห้ง
15. การทำความสะอาดเล็บที่แต่งเสร็จแล้ว ใช้สำลีพันปลายตะไบเหล็กบาง ๆ จุ่มยาล้างเล็บเช็ดทำความสะอาดใต้เล็บและข้างเล็บ เพื่อเช็ดยาทาเล็บที่เปื้อนออก
วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วิธีการลดหน้าท้อง
- ลดอาหารประเภทเกลือ เช่น อาหารหมักดอง อย่าง เบียร์ เหล้า เป็นต้น อาหารที่มีความเค็ม มีรสเค็มจัดเพราะการรับประทานอาหารที่มีเกลือเป็นจำนวนมากนั้น ทำให้ร่างกายบวมน้ำตาม
ไปด้วย - รับประทานน้ำเปล่าให้มาก เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย
- ลดอาหารประเภทที่มีแก๊สมาก จำพวกน้ำอัดลม ถั่ว บร็อคโคลี่ ฯลฯ
- พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชม.
- ออกกำลังกาย โดยการเดิน เพราะการเดินนอกจากจะทำให้ลดต้นขาได้แล้วนั้น การเดินยังช่วยทำให้กระชับหน้าท้องของเราด้วย เพราะเวลาเดิน หน้าท้องของเราจะเกร็งไปโดยอัติโนมัติ
- ออกกำลังกายเฉพาะสัดส่วนที่เน้นบริหารส่วนหน้าท้อง วิธีการลดหน้าท้องวิธีนี้เป็นวิธีการที่ตรงจุดที่สุดและได้ผลมากที่สุด
ต่อไปนี้จะเป็นวิธีลดหน้าท้องให้มีสัดส่วนสวยงาม
ท่าที่ 1. นอนตะแคง หนุนศรีษะด้วยแขน โดยให้ตั้งศอกขึ้นมา แล้วเอามือรองรับศรีษะไว้ จากนั้น ให้ยกขาด้านตรงข้ามกับมือที่ตั้งศอกขึ้น ยกขาขึ้น 90 องศา จนขาสุงเท่าระดับสะโพก แล้ว ค้างไว้ หายใจเข้าลดขาลงแล้วหายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 2. นอนหงาย นำมือประสานไว้ที่ท้ายทอย แล้วตั้งเข่าขึ้นมา ให้ยกเข่าขึ้นมาจนชิดหน้าอก โดยใช้เข่าขวา ยกขึ้นมาให้ชิดหน้าอกด้านซ้าย แตะสลับสองข้างไปมา จนครบ 20ครั้งละ 3 เซ็ท
ท่าที่ 3. ยืนตัวตรง แยกขาออกให้เท่ากับความกว้างของหัวไหล่ ยกมือสองข้างขึ้นเหนือศรีษะจับมือประสานกันไว้แล้วค่อยๆโยกตัวไปทางซ้าย ให้เกิดการตึงบริเวณด้านข้างลำตัว หายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆเอนตัวขึ้นตรงหายใจออก แล้วโยกตัวไปทางขวา จนเกิดการตึงบริเวณข้างลำตัว หายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆเอนตัวขึ้นตรงหายใจออก ทำอย่างนี้สลับกันไปมา 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 4. นอนคว่ำหน้า ร่างกายเหยียดตรง แล้วค่อยๆยก มือ ทั้งสองข้าง และ เท้า ทั้งสองข้าง ขึ้น พร้อมๆกันหายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆลดมือและเท้าทั้งสองลง หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 5. นอนหงายหน้า ร่างกายเหยียดตรง ค่อยๆยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉากกับลำตัว หายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆลดเท้าลงมาให้ขนานกับพื้น หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 6. เรียกว่าท่าปั่นจักรยาน ให้นอนหงาย หลังราบกับพื้น ค่อยๆยกสะโพกขึ้นมา ยกขาทั้งสองข้างขึ้นมา แล้วทำการปั่นจักรยานอากาศ ทำอย่างนี้ 100 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 7. ยืนตรง กางขาออกให้เท่ากับความกว้างของหัวไหล่ แล้วเอามือแตะสะโพกทั้งสองข้าง ค่อยๆย่อเข่าลง จนก้นหย่อนจนตึงบริเวณด้านหลัง ค้างไว้ แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้น หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 8. ยืนตัวตรง ขาชิดกัน แล้วค่อยๆ เอนลำตัวไปด้านข้าง ค้างไว้ หายใจออก แล้วค่อยๆหันลำตัวมาด้านหน้าจากนั้น เอนลำตัวไปอีกข้างหนึ่ง ค้างไว้ หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 9. คว่ำหน้า แล้วค่อยๆยกตัวขึ้น มือ และเข่า ให้ชันเอาไว้ ค่อยๆยกขาขึ้น จนเกร็งที่ด้านหน้าท้อง ค้างไว้ หายใจออก ลดขาลง หายใจเข้า แล้ว ยกขาขึ้นอีกข้างหนึ่ง จนหน้าท้องเกร็งค้างไว้ ทำสลับสองข้างอย่างนี้ 20ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 10. นอนหงายราบกับพื้น เอามือทั้งสองข้าง วางไว้ด้านข้างลำตัว ค่อยๆยกขาทั้งสองข้างขึ้นจนถึงระดับหน้าออก หายใจออก ค้างไว้ แล้วค่อยๆยกขาทั้งสองข้างลง หายใจเข้า ทำอย่างนี้20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 1. นอนตะแคง หนุนศรีษะด้วยแขน โดยให้ตั้งศอกขึ้นมา แล้วเอามือรองรับศรีษะไว้ จากนั้น ให้ยกขาด้านตรงข้ามกับมือที่ตั้งศอกขึ้น ยกขาขึ้น 90 องศา จนขาสุงเท่าระดับสะโพก แล้ว ค้างไว้ หายใจเข้าลดขาลงแล้วหายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 2. นอนหงาย นำมือประสานไว้ที่ท้ายทอย แล้วตั้งเข่าขึ้นมา ให้ยกเข่าขึ้นมาจนชิดหน้าอก โดยใช้เข่าขวา ยกขึ้นมาให้ชิดหน้าอกด้านซ้าย แตะสลับสองข้างไปมา จนครบ 20ครั้งละ 3 เซ็ท
ท่าที่ 3. ยืนตัวตรง แยกขาออกให้เท่ากับความกว้างของหัวไหล่ ยกมือสองข้างขึ้นเหนือศรีษะจับมือประสานกันไว้แล้วค่อยๆโยกตัวไปทางซ้าย ให้เกิดการตึงบริเวณด้านข้างลำตัว หายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆเอนตัวขึ้นตรงหายใจออก แล้วโยกตัวไปทางขวา จนเกิดการตึงบริเวณข้างลำตัว หายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆเอนตัวขึ้นตรงหายใจออก ทำอย่างนี้สลับกันไปมา 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 4. นอนคว่ำหน้า ร่างกายเหยียดตรง แล้วค่อยๆยก มือ ทั้งสองข้าง และ เท้า ทั้งสองข้าง ขึ้น พร้อมๆกันหายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆลดมือและเท้าทั้งสองลง หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 5. นอนหงายหน้า ร่างกายเหยียดตรง ค่อยๆยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉากกับลำตัว หายใจเข้า ค้างไว้ แล้วค่อยๆลดเท้าลงมาให้ขนานกับพื้น หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 6. เรียกว่าท่าปั่นจักรยาน ให้นอนหงาย หลังราบกับพื้น ค่อยๆยกสะโพกขึ้นมา ยกขาทั้งสองข้างขึ้นมา แล้วทำการปั่นจักรยานอากาศ ทำอย่างนี้ 100 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 7. ยืนตรง กางขาออกให้เท่ากับความกว้างของหัวไหล่ แล้วเอามือแตะสะโพกทั้งสองข้าง ค่อยๆย่อเข่าลง จนก้นหย่อนจนตึงบริเวณด้านหลัง ค้างไว้ แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้น หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 8. ยืนตัวตรง ขาชิดกัน แล้วค่อยๆ เอนลำตัวไปด้านข้าง ค้างไว้ หายใจออก แล้วค่อยๆหันลำตัวมาด้านหน้าจากนั้น เอนลำตัวไปอีกข้างหนึ่ง ค้างไว้ หายใจออก ทำอย่างนี้ 20 ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 9. คว่ำหน้า แล้วค่อยๆยกตัวขึ้น มือ และเข่า ให้ชันเอาไว้ ค่อยๆยกขาขึ้น จนเกร็งที่ด้านหน้าท้อง ค้างไว้ หายใจออก ลดขาลง หายใจเข้า แล้ว ยกขาขึ้นอีกข้างหนึ่ง จนหน้าท้องเกร็งค้างไว้ ทำสลับสองข้างอย่างนี้ 20ครั้ง 3 เซ็ท
ท่าที่ 10. นอนหงายราบกับพื้น เอามือทั้งสองข้าง วางไว้ด้านข้างลำตัว ค่อยๆยกขาทั้งสองข้างขึ้นจนถึงระดับหน้าออก หายใจออก ค้างไว้ แล้วค่อยๆยกขาทั้งสองข้างลง หายใจเข้า ทำอย่างนี้20 ครั้ง 3 เซ็ท
นี่คือ 10 วิธีลดหน้าท้องได้ยกตัวอย่างให้ลองไปบริหารหน้าท้องดู เราจะเห็นว่า เสียเวลาแค่วันละไม่กี่นาที แต่คุณก็สามารถมีหน้าท้องที่สวยงามได้ในที่สุดโดยที่ไม่ต้องเสียสตางค์เลยสักบาท แถมเรายังได้สุขภาพที่ดี และได้ความมั่นใจกลับคืนมาด้วย
วิธีลดหน้าท้องเหล่านี้ จะได้ผลมิได้เลย ถ้าผู้ที่ต้องการจะลดนั้นไม่มีความเพียรพยายาม
และอดทนทำมันขึ้นมาดังนั้นเมื่อเรารู้วิธีการเหล่านี้แล้ว เราควรปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวมา
ข้างต้นเพื่อให้เรามีรูปร่างที่สวยงามต่อไ
และอดทนทำมันขึ้นมาดังนั้นเมื่อเรารู้วิธีการเหล่านี้แล้ว เราควรปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวมา
ข้างต้นเพื่อให้เรามีรูปร่างที่สวยงามต่อไ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








